วันนี้จะพามาทำความรู้จักคำว่า ทรัพย์จาง หลายคนอาจเคยได้ยินคำนี้มาบ้างแล้ว หรืออาจจะเคยพูดเล่นกับเพื่อนว่าเป็นโรคทรัพย์จาง แต่จริงๆแล้วคำนี้มีศัพท์ทางการว่าMONEYPHILIA เป็นคำที่มาจากคำว่า MONEYและPHILIA มีลักษณะคล้ายกับโรค HEMOPHILIA ผู้ป่วยจะมีอาการเลือดไหลไม่หยุด จึงนำชื่อโรคนี้มาตั้งว่าMONEYPHILIAที่มาจากพฤติกรรมใช้เงินไม่หยุด จนหมดไปนั่นเอง และโรคนี้จะเกิดกับคนที่ไม่รู้จักออม ไม่รู้จักใช้เงิน มีรายได้น้อยหรือมีรายได้ปานกลาง แต่ไม่สามารถจัดสรรรายได้ให้ได้สัดส่วนกับรายจ่าย มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ การแบ่งสัดส่วนรายรับ-รายจ่ายและวินัยทางการเงินเป็นพื้นฐานด้านการบริหารจัดการที่ช่วยให้ทุกคนมีเงินเก็บได้ แต่ก่อนอื่นอาจจะต้องเริ่มต้นสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองก่อนว่าที่ไม่มีเงินเก็บ เพราะพฤติกรรมชวนกระเป๋าฉีกเหล่านี้หรือเปล่า

ทรัพย์จาง

พฤติกรรมที่เข้าข่ายMONEYPHILIA หรือ ทรัพย์จาง

1. มีเงินเดือนเท่าไหร่ ใช้เท่านั้น
ประโยคว่า ใช้เงินเดือนชนเดือน ดูเหมือนจะเกิดขึ้นกับมนุษย์เงินเดือนทุกยุคทุกสมัยและคงส่งต่อไปเรื่อย ๆ หากไม่เริ่มต้นด้วยการจัดสรรเงินเดือนอย่างมีวินัย แล้วจะทำอย่างไรให้มีเงินเหลือเก็บ
เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีเงินเดือนอยู่ในบัญชีที่พร้อมกดออกมาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เท่าไหร่ ย่อมจะกดออกมาใช้ให้พอดีในเดือนนั้น ทันทีที่ได้เงินเดือนลองแบ่งเงิน 10% เก็บก่อน แล้วค่อยใช้ เปิดบัญชีเงินฝากสำหรับออมเงิน และอีกหนึ่งบัญชีเพื่อใช้จ่าย หากสำรวจธนาคารหลายแห่งก็เริ่มมีการออกบัญชีในรูปแบบนี้มาให้ลูกค้าได้ใช้บริการ
การแบ่งเงินไปเก็บก่อน แล้วค่อยใช้ หลังจากนั้นสัญชาตญาณการอยู่รอดจะลำดับความสำคัญว่าค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง เมื่อเงินเดือนขึ้นหรือมีรายได้เพิ่มเติมแล้วจึงคำนวณเพิ่มว่าจะออมได้มากกว่าเดิมเท่าไร

2. เปลี่ยนของใช้เป็นว่าเล่น
โดยเฉพาะผู้หญิงที่การซื้อหาเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าแฟชั่น เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ไอเท็มฮิตเป็นเรื่องที่ให้ความสนใจและง่ายต่อการหาซื้อ เพราะสามารถสั่งในเว็บไซต์ได้ ซึ่งมีมากมาย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางและไม่ต้องหงุดหงิดกับอากาศที่ร้อนและรถติดของเมืองไทย เพียงแค่สั่งในเว็บไซต์ก็มีคนเอามาส่งให้ที่หน้าบ้านแล้ว
แต่เสื้อผ้า และสิ่งของหลายชิ้นซื้อมาใช้ไม่กี่ครั้งก็เลิกฮิต พอซื้อมาใหม่ก็กองทับถมไปเรื่อย ๆ ก่อนจะพบว่าเสื้อผ้าเต็มตู้แต่ไม่รู้จะใส่อะไร เพราะเต็มไปด้วยชุดที่ไม่ค่อยได้ใส่ ดังนั้นหากทบทวนดูดี ๆ แล้วจะพบว่าการจับจ่ายสินค้าแล้วได้ของใหม่มาใช้อยู่เสมอนั้นมักไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายไป สู้เลือกซื้อของที่มีคุณภาพ ใช้แล้วดูดีในราคาเหมาะสมเพื่อที่จะไม่ต้องเปลี่ยนใหม่บ่อย ๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการเก็บเล็กผสมน้อยไว้สำหรับการออมในระยะยาว
3. ใช้บัตรเครดิตอย่างไม่รอบคอบ
สำหรับผู้ที่ใช้บัตรเครดิตถูกวิธีจะพบว่ามีประโยชน์และช่วยบริหารค่าใช้จ่ายได้ แต่หากใช้บัตรเครดิตผิดวัตถุประสงค์หรือไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด ย่อมเสี่ยงกับการสร้างภาระหนี้สินได้เหมือนกัน
พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตผิดวิธีมีหลายประเภทตามการใช้ของแต่ละบุคคล เช่น ใช้บัตรเครดิตกดเงินสด ใช้บัตรเครดิตหมุนเงิน ชำระยอดบัตรเครดิตขั้นต่ำ ชำระบัตรเครดิตไม่ตรงเวลา เป็นต้น เพราะสิ่งที่ต้องระวังเมื่อใช้บัตรเครดิตคือค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่ผู้ใช้ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะนำมารูดใช้เพื่อความสะดวกสบาย
โดยปี 2001/2544 ศ.จากสถาบัน MIT สองท่านร่วมกันทำวิจัยพบว่า คนเรามีแนวโน้มจะ “มือเติบ” หรือจ่ายมากขึ้นเมื่อซื้อผ่านบัตรเครดิต เมื่อเทียบกับเงินสด โดยจ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า
นอกจากนี้ยังพบว่า การใช้เงินสดทำให้คนเรารู้สึก “เสียดายเงิน” มากกว่าการซื้อด้วยบัตรเครดิต

ทรัพย์จาง หมายถึง

4. ใช้เงินเกินตัว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคยุคใหม่เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าการตามไปชิมร้านใหม่ที่ใคร ๆ ก็แนะนำ นั่งคาเฟ่ที่ตกแต่งสวย ๆ จับจ่ายใช้สอยสินค้าตามคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรควบคุมตัวเองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยสามารถกำหนดเป้าหมายการใช้จ่ายเพื่อให้รางวัลกับตัวเองในลักษณะใดบ้างเดือนละกี่ครั้ง โดยไม่ติดกับไลฟ์สไตล์หรูหราจนใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อเป็นประจำจนเกินตัว

วิธีป้องกันโรคทรัพย์จาง

1. รู้จักประหยัดและอดออม
การออมสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการออมสินทรัพย์ภายใน ซึ่งถ้าเราป่วยหนัก เช่น เป็นเบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ มะเร็ง ฯลฯ แล้ว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
ทุกวันนี้ประหยัดอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จักประหยัดด้วยเช่นกัน อย่างการ ปลูกพืชสวนครัวเพื่อลดค่ากับข้าว หารายได้พิเศษเสริม เป็นต้น
2. เมื่ออยากซื้ออะไร ให้ให้คิดทบทวนก่อน อย่างน้อย 7 วัน, พอวันเวลาผ่านไปนานพอสมควร ความอยากได้มักจะลดน้อยถอยลง และอาจไม่ต้องซื้ออีกก็เป็นได้
3. สำหรับผู้ที่ชอบดื่ม นำหวาน น้ำอัดลม ควรหันมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำชาจีนเจือจางแบบไม่เติมน้ำตาลแทนเครื่องดื่ม เครื่องดื่มส่วนใหญ่แพงด้วย เพิ่มเสี่ยงน้ำหนักเกินด้วย
ทั้งนี้หากเรารู้จักคำนวณรายรับ-รายจ่ายให้ดี ไม่ใช้เงินเกินตัวโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเงินเดือนควรจัดแบ่งการใช้เงินให้ชัดเจนในแต่ละวัน เพียงเท่านี้ก็จะไม่เป็นโรคทรัพย์จางแล้ว

ดังนั้น สมัคร gclub เว็บคาสิโนออนไลน์แหล่งเดิพันเกมพนันรูปแบบแปลกใหม่เนราขอแนะนำว่าหากทบทวนดูดี ๆ แล้วจะพบว่าการจับจ่ายสินค้าแล้วได้ของใหม่มาใช้อยู่เสมอนั้นก็มักจะไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายไป

นอกจากนี้ยังมี ข่าวสาร และสาระความรู้ต่างๆอีกมากมาย