ฟางฟางได้เข้าร้องเรียน เรื่อง ศัลยกรรมทำพิษ ที่บริเวณศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อาคารB ศูนย์รายงานการ นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ พร้อมด้วย นายเมธาวี นามวงศ์ แมคนามารา (ฟาง มกจ๊ก ) อายุ 40 ปี ได้เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากสคบ.ภายหลังจากที่ตนได้เดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วเกิดหน้าตาเสียโฉม ครอบครัวแตกแยกและทำให้ขาดรายได้

 ศัลยกรรมทำพิษ เสียหาย

ศัลยกรรมทำพิษ กระโหลกยุบ หน้าผิดรูปทรมานมาหลายปี

 

ฟาง ม๊กจ๊ก กล่าวว่า ตนนั้นได้เดินทางไปทำศัลยกรรม ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2557 โดยที่มีรายการที่ทำศัลยกรรมเป็นจำนวน 9 รายการ

1.ยุบโหนกแก้มให้เท่ากันทั้งในสองข้าง เพื่อให้มีความสมมาตรของใบหน้า

2.เสริมจมูก ทรงบาร์บี้ไลน์พร้อมยุบฐานของจมูก และเหลาปลายจมูกให้เล็กลง

3.ตัดหนังบริดวณใต้ตาให้ตึง เพื่อที่จะลดความเหี่ยวย่นของใต้ตา

4.เสริม love band หรือ ดอลลี่อายบริเวณ ใต้ตาล่างทั้งสองข้าง เพื่อให้ตานั้นดูน่ารัก

5.ตัดกระดูกคางเป็นรูปตัว T เพื่อที่จะปรับขนาดของคางให้เล็กและมีความสั้นลง

6.ร้อยไหมละลายยกแก้มที่หย่อนคล้อยสองข้าง เป็นจำนวนรวม 100 เส้น เพื่อให้แก้มนั้นตึงกระชับ

7.ทำการฉีด Botox .shสลายกล้ามเนื้อกราม เพื่อที่จะให้ใบหน้าเรียว

8.ทำWash face เพื่อที่จะให้หน้าใสเป็นมันแวว และผิวมีสุขภาพดี

9.ฉีดไขมันบริเวณทั้งหน้า เพื่อที่จะปรับรูปหน้าให้ได้รูปทรงยิ่งขึ้น

 

ศัลยกรรมทำพิษ ฟางฟาง

ซึ่งระยะเวลาในการผ่าตัดทำศัลยกรรมนานกว่า 6 ชั่วโมง เสียค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมครั้งนี้ จำนวน 32 ล้านวอน (ประมาณ 1 ล้านบาท) แต่ปรากฏว่าหน้าผิดรูป ทำให้ต้องทนทรมานกว่า 4 ปี จนจึงเข้าร้องสคบ.ไทย ช่วยดำเนินเรื่องให้ทางรพ.เกาหลีได้รับผิดชอบ

 

ด้านนายเมธาวี กล่าวว่า ตนได้ติดต่อผ่านเอเจนซีในประเทศไทย เพื่อจะไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี โดยที่ไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเนื่องจากไว้ใจ เห็นว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกต่อหนึ่ง โดยที่ตนไปพร้อมกับญาติและเพื่อน รวมกันทั้งหมด 5 คน  หลังจากทำเสร็จ 6 ชั่วโมงแรก ตนก็เริ่มมีอาการชาบริเวณใบหน้าอย่างผิดปกติ ทางด้านเว็บไซต์ คาสิโน ได้บอกว่าแพทย์ที่ศัลยกรรมให้ ได้ยืนยันว่าเป็นกรณีปกติเพราะอาการดังกล่าวจะหายไปภายหลัง จนกระทั่งตนกลับมาพักฟื้นที่บ้านก็ยังคงมีอาการชาไม่หาย และได้มีกระดูกโหนกแก้มข้างซ้ายปูดบวมออกมา ขณะที่คางนั้นมีอาการบวมช้ำ จึงนั่งเครื่องบินไปให้แพทย์คนเดิมที่เกาหลีแก้หน้าให้อีกครั้ง โดยออกค่าใช้จ่ายการเดินทางเองทั้งหมด ซึ่งก็เป็นเพียงการแก้ไขด้วยการฉีดไขมันเพิ่ม และไม่ใช่การแก้ตรงจุด โดยตนจะต้องทนทรมานกับอาการชาอย่างมาก ความบวมของใบหน้า และความหวาดกลัวจากคนรอบข้าง เพราะด้วยสภาพหน้าตาแบบนี้ ตนจึงเครียดและทำให้มีอารมณ์แปรปรวน จึงทำให้ตนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ต้องอยู่แบบนี้มากว่า 4 ปี จึงอยากจะออกมาเตือนสติคนที่อยากศัลยกรรมให้เป็นอุทาหรณ์ในการศัลยกรรมในครั้งนี้

 

 

 

น.ส.ปรียนันท์ ได้ระบุว่า การมายื่นที่สคบ. เพราะเนื่องจากต้องการให้ สคบ.ไทยนั้นประสานกับ สคบ.ประเทศเกาหลีตามสัญญา MOU เพราะหากจะให้ผู้เสียหายดำเนินการเองก็จะทำให้เสียเปรียบ เพราะไม่มีการทำสัญญาตอนที่จะเดินทางไป อีกทั้งโรงพยาบาลที่ทำศัลยกรรมก็ไม่ได้ให้เอกสารการทำศัลยกรรมใดๆมา ซึ่งตนอยากให้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างของคนไทยที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของการศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี ออกมาร่วมกันต่อสู้ เพราะเนื่องจากที่ผ่านมาคนไทยนิยมไปศัลยกรรมที่เกาหลี มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ไม่ได้ผลตามที่ตนหวังไว้

 

ศัลยกรรมทำพิษ เกาหลี

 

 

บทสัมภาษณ์

 

ห่างหายไปจากวงการตลกนานรึยัง

ฟางฟาง : นานมากแล้วค่ะ ประมาณ 20 ปีได้ ซึ่งก่อนหน้าบินไปที่เกาหลี เรานั้นเคยทำศัลยกรรมหน้าอกและผ่าตัดแปลงเพศ

หลังจากนั้นก็บินไปต่างประเทศและไปเจอกับแฟน แล้วแต่งงานกันที่นิวซีแลนด์ และตอนนั้น ทำงานเสริมสวยและเรียนภาษาไปด้วยค่ะ ซึ่งก็มีความสุขดี

 

ก่อนหน้าที่จะไปบินไปเกาหลีเคยทำศัลยกรรมอะไรบ้าง

ฟางฟาง : ขอยอมรับก่อน ว่าทำเยอะเหมือนกันเพราะเราถือพาสปอร์ตในนิวซีแลนด์ฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง

เพราะอยากจะเป็นผู้หญิงเต็มตัว หุ่นที่เหมือนผู้หญิง เพื่อที่ว่าครอบครัวของแฟนนั้นจะรับได้

เพราะอยู่ในสังคมนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าเราเป็นอะไร ตอนนั้นก็เลยตัดสินใจที่ทำศัลยกรรมที่เมืองไทย

ทำโหนกแก้ม ตัดกราม ซึ่งทำแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ

 

 

อยากฝากอุทาหรณ์เรื่องนี้ไว้ว่าอย่างไรบ้าง

ฟางฟาง : ก็มีหลายคนนะคะ ที่เข้ามาต่อว่าเรา เข้ามาสมน้ำหน้าเราเป็นพวกเสพติดการศัลยกรรม

หนูอยากจะขอวิงวอน (พนมมือ) วันนี้ที่หนูได้ออกมา เพราะต้องการจะเป็นตัวอย่างให้ทุกคน

ที่อยากจะไปศัลยกรรมที่เกาหลี ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ที่รักสวยรักงาม และที่คิดจะทำศัลยกรรม

อยากให้หยุดคิดและได้ศึกษาดีๆ เพราะการทำศัลยกรรมที่ต่างประเทศนั้นมันไม่ได้ดีหรือสวยงาม

เหมือนกับที่เราคิด เพราะถ้าไปทำกับเอเจนซี่ก็อยากจะให้ทำสัญญาให้ดีๆ ที่ผ่านมายอมรับว่า

เคยคิดฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเราต้องนึกถึงครอบครัวที่เรารัก นึกถึงแม่ เพราะแม่ก็เคยพูดว่า

อยากให้เราดูแลแกยามแก่เฒ่า ไม่อยากจะมาเก็บกระดูกก่อน จากที่เราเคยคิดว่าเราจะทำ ก็ไม่คิดทำอีกเลยค่ะ ขอฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ด้วยนะคะ